Please reload

 
Recent Posts

โถงทางเดินแห่งต้นสนใหญ่ (松之大廊下) สถานที่เกิดเหตุ-จุดเริ่มต้นแห่งตำนาน 47 โรนิน

December 19, 2013

1/7
Please reload

 
Featured Posts

กาฬโรค มหาโรคระบาดยุคกลาง

15 Sep 2013


       ในช่วงเวลาปลายยุคกลาง ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงระดับโลกครั้งหนึ่งขึ้น นั่นคือการระบาดของกาฬโรค ในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 ประมาณกันว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ประชากรยุโรปต้องเสียชีวิตลงอย่างน้อยถึง 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งหมด บางแหล่งข้อมูลได้ประมาณการณ์จำนวนผู้เสียชีวิต ไว้ถึงกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรทั้งหมดเลยทีเดียว​

 

ภาพประกอบ (บน) : ภาพวาด The Triumph of Death ของ Pieter Bruegel ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์การระบาดของกาฬโรคครั้งใหญ่ในทศวรรษ 1340-1350 สะท้อนให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัว และพลังทำลายล้างของโรคระบาดดังกล่าว

 

       ที่จริงแล้วมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์บันทึกว่า การเริ่มแพร่ระบาดของกาฬโรคนั้น เริ่มต้นเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศจีน ตั้งแต่ในช่วงปี ค.ศ. 1330 โดยกาฬโรคเริ่มระบาดในแถบหูเป่ยในปี ค.ศ. 1334 และเชื้อเกิดการแพร่ระบาดสูงสุดในปี ค.ศ. 1353 โดยได้กระจายไปพิ้นที่ของหูเป่ย เจียงซี ซานซี หูหนาน กวางตง กวางซี เหอหนาน และซุยยวน 

​​
       หลังจากที่เริ่มมีการระบาดในจีนในช่วงปี ค.ศ. 1330 ก็ได้เริ่มปรากฏการระบาดในทวีปยุโรปในช่วงปลายทศวรรษ 1340 โดยสันนิษฐานว่า พ่อค้าชาวจีน-มองโกล ได้เป็นผู้นำเชื้อมาแพร่ในยุโรปผ่านทางเส้นทางสายไหม โดยในยุโรปมีเรื่องของกาฬโรคปรากฏในบันทึกเป็นครั้งแรกว่า ในปี 1347 ระหว่างที่กองทัพมองโกลกำลังล้อมโจมตีเมืองแคฟฟา (Caffa) เมือท่าสำคัญในไครเมีย ทางฝ่ายมองโกลก็เผชิญกับการระบาดของกาฬโรคภายในกองทัพ พวกเขาจึงได้ใช้ยุทธวิธียิงศพที่ติดเชื้อกาฬโรคญ่ข้ามกำแพงเข้าไปในเมือง พวกพ่อค้าชาวจีนัวในตัวเมืองซึ่งหนีออกมาได้ ต่างพากันหลบหนีขึ้นเรือและได้นำเอากาฬโรคไปด้วย กองเรือที่อพยพมาจากเมืองแคฟฟาได้ผ่านหลายเมืองใหญ่ๆ และได้นำเชื้อไปติดด้วย ตั้งแต่กรุงคอนสแนติโนเปิล มาขึ้นท่าที่เกาะซิซิลี (Sicily) ในเดือนตุลาคมปี 1347 จากนั้นเชื้อก็เริ่มแพร่ระบาดไปทางบก ขึ้นไปทางจีนัว (Genoa) และ เวนิส (Venice) ในปลายปี 1347 จากนั้นไปยังกรีซ ตอนใต้ของสเปน เยอรมัน ฝรั่งเศษ ในกลางปี 1348 และไล่ขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของยุโรปเรื่อยๆ จนถึงมอสโควในที่สุด ในปี 1352​

 
       กาฬโรคไม่เพียงแต่ทำให้ประชากรล้มตายราวใบไม้ร่วง แต่ยังส่งผลทางโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ระหว่างภายหลังศตวรรษที่ 14 กับช่วงศตวรรษที่ 15 ศาสนจักรเสื่อมอำนาจลง ผู้ดำรงตำแหน่งทางสังคมเปลี่ยนจากพวกศาสนจักร เป็นสามัญชน และทำให้เกิดการประท้วงของชนชั้นสามัญไปทั่วทั้งยุโรป จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชากรลดลงราว 30%-50% ส่งผลให้ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น มีที่ดินและอาหารเพียงพอจัดสรรให้ชนชั้นสามัญ การสูญเสียประชากรอย่างมาก ทำให้เกิดการแข่งขันแย่งชิงแรงงานระหว่างชนชั้นสูงและเจ้าครองที่ดิน โดยการเพิ่มค่าแรง และสวัสดิการแรงงานเพื่อดึงดูดใจแรงงานที่มีอยู่อย่างจำกัด จากภาวะขาดแคลนแรงงานนี้เอง ทำให้ชนชั้นสามัญมีโอกาสเรียกร้องสิทธิที่มากขึ้น 

 

       และไม่เพียงแต่ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากหายนะในครั้งนี้ ชนชั้นสูงก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน เริ่มตั้งแต่พระเจ้าอัลฟองโซที่ 11 แห่งคาสตีล (Alfonso XI of Castile) เป็นกษัตริย์พระองค์เดียวที่เสด็จสวรรคตจากกาฬโรค ปีเตอร์ ออฟ อารากอน (Peter IV of Aragon) สูญเสียภรรยา ลูกสาว และหลานสาว และจักรพรรดิไบเซนไทน์ สูญเสียพระโอรสไปในการระบาดในครั้งนี้ด้วย

 

       ตัวเลขประมาณการณ์จำนวนผู้เสียชีวิตเฉพาะในทวีปยุโรป มีตั่งแต่ 75 ถึง 200 ล้านคน และต้องใช้เวลาถึง 150 ปี ประชากรยุโรปจึงจะเพิ่มจำนวนขึ้น จนกลับมามีจำนวนเท่าก่อนหน้าการระบาดอีกครั้ง

 


 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

 
Follow Us
Please reload

 
Search By Tags
  • Facebook Basic Square
  • Google+ Basic Square
  • YouTube Social  Icon

 

 

ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
ในการสนับสนุนคลังความรู้
ประวัติศาสตร์ตามTimeline

© 2017 by History on Timeline

ร่วมสนับสนุนชุมชนความรู้ประวัติศาสตร์ตามTimeline

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now